1/1

หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 การเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตยครั้งนั้น ทำให้พวกพี่น้องแฮมเมอร์ ซึ่งเป็นพี่น้องแท้ มีคุณพ่อเป็นชาวปากีสถาน เดินทางมาพักพิงอยู่ทางภาคใต้ และต่อมาพบกับแม่ซึ่งเป็นคนนครนายก พี่น้องแฮมเมอร์ก็เริ่มที่จะสนใจเรื่องการบ้านการเมือง และได้มีโอกาสเห็นวงคาราวาน ที่ได้มีโอกาสรู้จักกันเมื่อคาราวานมาเช่าบ้านอยู่แถวพระโขนง ที่อยู่ในซอยเดียวกัน จากนั้นก็ได้เริ่มศึกษาและเริ่มหันมาร้องเพลงที่เกี่ยวกับประชาชน และการบ้านการเมือง โดยใช้ชื่อว่า “กระแสธาร” แต่กระแสธารก็อยู่ได้ไม่นานนัก หลังจากเขียนเพลงตระเวนแสดงจนเตรียมจะอัดอัลบัมขายเองตามแบบคาราวาน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขึ้นอีกครั้ง ขบวนการการต่อสู้ของนิสิตนักศึกษา ยามนั้นก็แตกกระจายเข้าป่าเป็นแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์กันอย่างมากมาย และพวกเราก็ได้สลายวงกระแสธารไป แต่ไม่ได้เข้าป่า เรายังคงใช้ชีวิตในเมือง ทำงานเป็นแนวร่วมใต้ดินไปด้วย

ปี 2520 ปลายๆ ปี ได้ตัดสินใจเข้าประกวดดนตรีในรายการ “วันดวลเพลง” เป็นการแข่งขันชิงโล่ห์พราะราชทานและเงินรางวัล เปรียบได้กับ ชิงแชมป์ประเทศไทย แข่งกัน 108 วง ใช้เวลา6 เดือน ถึงเข้ารอบชิง พวกเราเวลานั้นใช้ชื่อวงว่า “แฮมเมอร์” ผ่านเข้าชิงและชนะเลิศในปี 2521 ด้วยบทเพลงของเราเองทุกรอบการแข่งขัน หลังชนะเลิศพวกเราปฏิเสธรางวัลที่จะได้ออกอัลบัมกับบริษัท E.M.I. โดยพวกเราต้องการทำเองขายเองตามเจตนารมณ์เดิม แต่เป็นโอกาสดีเมื่อวันชิ่งเราร้องเพลงบินหลา ซึ่งรุจน์ รณภพ ได้ยินเพลงทางทีวีตอนวันชิง และได้ติดต่อแฮมเมอร์เพื่อนำเพลงไปประกอบภาพยนตร์ เรื่อง พรุ่งนี้ก็สายเกินไป ทำให้เพลงแพร่หลาย หลังจากนั้นเรารวบรวมเงิน 1,500 บาท เพื่อเข้าบันทึกเสียงชุดแรก สมัยนั้นการอัดเสียงแบบ 2 แทรค ต้องเล่นพร้อมกันเหมือนแสดงสด อัดวันเดียว 15 เพลง แล้วนำมาสเตอร์ไปจ้างร้านเทปแถวเยาวราชให้บันทึกลงตลับโดยพวกเรา ทำกันเองด้วยมือ ผลิตครั้งแรกได้ 500 ม้วน ขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงที่ลานโพธิ์ ม.ธรรมศาสตร์ โดยแฮมเมอร์ทำการแสดงในวันนั้น ต่อมาเราก็ผลิตเทปออกจำหน่ายทุกที่ที่แสดง และวางขายตามชมรมต่างๆ ตามมหาวิทยาลัย ยอดขายเทปดีมาก ผ่านมาระยะหนึ่ง บริษัทพีค๊อกสเตอริโอ ได้ติดต่อขอทำอัลบัมชื่อว่า “บินหลา” ออกจำหน่ายตามแผงทั่วไป การตกลงในยุคนั้นยังไม่ค่อยมีระบบธุรกิจแบบปัจจุบัน พวกเราได้เงินมาก้อนหนึ่ง และลิขสิทธิ์ในเพลงยังคงเป็นของ แฮมเมอร์ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เรามีการตระเวนแสดงคอนเสริตและเขียนเพลงไปด้วย ในช่วงแรกเพลงส่วนใหญ่ เขียนโดยเสวี จันทโชติ และมานพ ประธาน ชุดแรกมีเพลงเด่นๆ เช่น บินหลา แม่ ที่นี่ไม่มีครู ชาวประมง เป็นต้น

หนึ่งปีที่ได้ตระเวนมีเพลงใหม่แสดงและเขียนเพลง ทำให้เกิดอัลบัมใหม่คือชุด “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ซึ่งระบบการบันทึกเสียงยังคงเหมือนเดิม บันทีก
เสียงในวันเดียวที่ห้องปันทึกเสียงไพบูลย์ สตูดิโอ ชุดนี้ทางพีค๊อกได้จัดการวางแผนเช่นเดิม ยอดขายดีมากๆ โดยยุคนั้นไม่มีการเปิดเพลงของพวกเราทางสื่อเลยด้วยซ้ำ ส่วนเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา ซึ่งพี่ชายคนที่สองของเราเขียนขึ้นขณะที่ลี้ภัยไปอยู่ที่กุงชิง จ.สุราษฏร์ธานี ในชุดนี้ มานพเขียนหลายเพลง และอัลบัมชุด “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ก็ได้รับรางวัลทีวีตุ๊กตาทองมหาชน ในปี 2524 ซึ่งเป็นการโหวตจากผู้ฟังทั่วไป ช่วงนั้นพวกเราเดินทางแสดงกันตลอด ไม่ได้อยู่บ้าน และก็ไม่ได้ถือเป็นอาชีพเต็มตัว หลังจากชุดปักษ์ใต้บ้านเราไม่นาน แฮมเมอร์ ก็กลายเป็นขวัญใจชาวใต้ทุกจังหวัด จะได้ยินเพลง แฮมเมอร์ ซึ่งเวลานั้นภาคใต้ยังลึกลับ ไม่มีเพลงเกี่ยวกับภาคใต้เลย สำหรับพวกเราก็ยังคงเดินทางแสดง และเขียนเพลงต่อเนื่อง จนอัลบัมที่ 3 “เข้ากรุง” ห่างจากชุดปักษ์ใต้บ้านเราไม่มากนัก ช่วงนั้นคนหลั่งไหลเข้ากรุงกันมาก ชุดนี้ยังคงผลิตโดย พีค๊อก เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเทปคลสเซท และระบบเชียร์เพลงก็ยังไม่มี

อ่านต่อ >
1/4
 
Copyright © 2009 hammerband.com, All rights reserved.
Contact: webmaster@hammerband.com
powered by bibua software